ส่งเมื่อ พฤศจิกายน 17, 2017กุมภาพันธ์ 5, 2018 โดย tanon00j 1.Standard Edition เป็นเอดิชันมาตรฐานสําหรับการใช้งานทั่วไป เหมาะกับองค์กรธุรกิจทุกขนาดและมีทั้งเอดิชันสําหรับระบบสถาปัตยกรรมแบบ 32 บิต (x86) และระบบสถาปัตยกรรมแบบ 64 บิต (x64) โดยรองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 4 GB และ โปรเซสเซอร์ได้สูงสุด 4 ตัว สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานต่างๆ ได้หลายอย่าง เช่น Active Directory, VPN/Remote Access Server และเว็บเซิร์ฟเวอร์ (Internet InformationServices 6.0) 2.Enterprise Edition มีความสามารถ (Feature) ต่างๆ ครอบคลุม Standard Edition และมีความสามารถต่างๆ เพิ่มขึ้น คือสามารถรองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 32 GB, โปรเซสเซอร์ได้สู งสุด 8 ตัว, และรองรับการทำคลัสเตอร์ได้ 8 โหนด (Node) Enterprise Edition นั้นเหมาะสําหรับงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพสูง และมีทั้งเอดิชันสําหรับระบบสถาปัตยกรรมแบบ 32 บิต และระบบสถาปัตยกรรมแบบ 64 บิต 3. Datacenter Edition มีความสามารถ (Feature) ต่างๆ ครอบคลุม Enterprise Editionแต่จะตัดความสามารถในการทำ Internet Connection Firewall (ICF) และ Internet Connection Sharingออกไป สำหรับความสามารถต่างๆ เพิ่มขึ้น คือ ในเอดิชัน 32 บิต สามารถรองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 64 GB และโปรเซสเซอร์ได้สูงสุด 32 ตัว และในเอดิชัน 64 บิต สามารถรองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 512 GB และโปรเซสเซอร์ได้สูงสุด 64 ตัวDatacenter Edition นั้นเหมาะสําหรับใช้งานเป็นศูนย์ข้อมูล (Data center) ที่ต้องการกำลังในการประมวลผลสูงๆ หรืองานที่มีความสําคัญมากๆ หรือระบบที่ต้องทํางานได้ตลอดเวลา (24×7) เป็นต้น 4.Web Edition เป็นเอดิชันเหมาะสําหรับงานให้บริการทางด้านเว็บ (Web service) โดยออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการรัน Internet Information Service 6.0 และสามารรองรับกับเทคโนโลยี XML, ASP.NETและ .NET Framework ซึ่ง Web Edition นั้นสามารถรองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 2 GB และโปรเซสเซอร์ 2 ตัว แบ่งปันสิ่งนี้: แชร์บน X(เปิดในหน้าต่างใหม่) X แชร์บน Facebook(เปิดในหน้าต่างใหม่) เฟซบุ๊ค ถูกใจ กำลังโหลด...